คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

OMG

11/9/55

ข่าวการเงิน - การคลัง


เล็งแก้กม.เงินคงคลังโยกลงทุน หากำไร3%ดีกว่าแช่เฉยๆ เก็บแสนล.เพื่อความมั่นคง
วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 09:46:00 น.



รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์

กรมบัญชีกลางปิ๊งไอเดีย ตปท. แก้ พ.ร.บ.เงินคงคลัง เปิดช่องผันเงินไปลงทุนหาผลตอบแทนให้ได้อย่างต่ำ 3% ยันเน้นมั่นคง ปลอดภัย ไม่เสี่ยง แถมช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ ไม่ใช่แช่เงินไว้เฉยๆ เล็งเก็บไว้แค่แสนล้านก็พอ

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากการจัดสัมมนาทางวิชาการร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และ 5 ประเทศ ประกอบด้วย ตุรกี อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อังกฤษ และแอฟริกาใต้ เกี่ยวกับแนวทางการบริหารเงินคงคลังของประเทศ พบว่าแต่ละประเทศมีการบริหารเงินคงคลังแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทุกประเทศนำเงินคงคลังไปบริหารให้เกิดผลตอบแทน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ทั้งการลงทุนในพันธบัตรรัฐ ตราสารหนี้ และการฝากธนาคาร ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนที่ไม่เกิดความเสี่ยง

นายรังสรรค์กล่าวว่า แต่ละประเทศจะสำรองเงินคงคลังไว้ใช้ตามความจำเป็นแตกต่างกัน โดยบางประเทศอาจสำรองไว้ใช้ 2 สัปดาห์ของงบประมาณรายจ่าย บางประเทศสำรองไว้ใช้ในระยะ 1 เดือน ส่วนที่เหลือจึงนำไปลงทุนให้เกิดผลตอบแทน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนสูงสุด แต่ดูที่ความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด ซึ่งหากจะนำแนวทางการบริหารเงินคงคลังแบบต่างประเทศมาใช้ก็จะยึดรูปแบบเดียวกันคือ เน้นที่ความปลอดภัย 100% และไม่มีความเสี่ยง เช่น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และการฝากธนาคารพาณิชย์ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ควรมีผลตอบแทนต่ำกว่า 3% นอกจากนั้นยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย

"ในหลักการแล้ว กรมบัญชีกลางเห็นตรงกันและสรุปว่าควรนำเงินคงคลังที่เรามีอยู่ไปบริหารให้เกิดประโยชน์ โดยจะนำข้อสรุปเสนอให้กระทรวงการคลังตัดสินใจ ซึ่งเชื่อว่าระดับนโยบายน่าจะเห็นด้วย แต่ในกระบวนการกว่าจะเกิดขึ้นจริงนั้นคงใช้เวลาระยะหนึ่งเพราะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.เงินคงคลังและ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย ซึ่งบางประเทศใช้เวลาถึง 8 ปี แต่เราก็ต้องเริ่มผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว" นายรังสรรค์กล่าว

สำหรับแนวทางที่เห็นว่าสามารถดำเนินการได้คือ อาจจะสำรองเงินคงคลังไว้ใช้เพียง 10-15 วัน หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือสามารถนำไปลงทุนระยะสั้นหรือระยาวยาวได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นใช้เงินในอนาคต โดยปัจจุบันมีเงินคงคลังอยู่ที่ระดับ 4.5 แสนล้านบาท สิ้นเดือนกันยายนนี้ อาจจะขึ้นไปถึง 5-6 แสนล้านบาท จากภาษีที่เข้ามาและจากการบริหารเงินกู้ของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ โดยหากแก้กฎหมาย พ.ร.บ.เงินคงคลังแล้ว ส่วนที่เป็นเงินฝากของส่วนราชการก็สามารถนำไปบริหารให้เกิดดอกผลได้ จากปัจจุบันเงินคงคลังทั้งหมดของรัฐบาลจะฝากอยู่ที่ ธปท.ซึ่งเป็นการฝากแบบไม่มีดอกเบี้ย

ที่มาhttp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1347330996&grpid=&catid=05&subcatid=0501

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น