คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

OMG

11/9/55

เศรษฐกิจพอเพียง : ท่ามกลางกระแสวิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน




ในท่ามกลางกระแสวิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่นี้ ได้เกิดปัญหาที่ตามมามากมายทั้งปัญหาทางด้านการเมือง ปัญหาสังคม และปัญหาเกี่ยวกับวัฒนธรรม รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลักโดยเม็ดเงินที่ได้จัดสรรไปยังกระทรวงต่างๆ ล้วนแต่เป็นการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่ไม่ทราบว่ารัฐบาลได้คำนึงถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปด้วยหรือไม่
เพราะว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517และพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 (ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540) เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆในทางการเมืองของไทยแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทสำคัญในการสถาปนาอำนาจนำด้านอุดมการณ์ โดยเฉพาะอุดมการณ์กษัตริย์นิยมในสังคมไทย ในฐานะ "กษัตริย์นักพัฒนา" ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียง สิ่งเหล่านี้ถูกตอกย้ำและผลิตซ้ำโดยสถาบันทางสังคมต่าง ๆ เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน ส่งผลให้เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทต่อการกำหนดอุดมการณ์การพัฒนาของประเทศและการพยายามตีความเพื่อสร้างความชอบธรรมในการพัฒนาโดยปัญญาชนอย่าง ประเวศ วะสี, เสน่ห์ จามริก, อภิชัย พันธเสน และ ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ซึ่งเชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับอุดมการณ์วัฒนธรรมชุมชน ที่ถูกเสนอมาก่อนหน้าโดยองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งตั้งแต่พุทธทศวรรษ 2520 ก็ได้ช่วยให้อุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงขยายครอบคลุมส่วนต่าง ๆ ของสังคม
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมที่จะจัดการต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เพียงการประหยัด แต่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้สามารถอยู่ได้แม้ในโลกโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันสูง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงปรับปรุงพระราชทานเป็นที่มาของนิยาม "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำมาใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านช่องทางต่าง ๆ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความ "พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน" บนเงื่อนไข "ความรู้ และ คุณธรรม"
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ถูกใช้เป็นกรอบแนวความคิดและทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทย ซึ่งบรรจุอยู่ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน เพื่อความอยู่ดีมีสุข มุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า "สังคมสีเขียว" ด้วยหลักการดังกล่าว แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 นี้จะไม่เน้นเรื่องตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงให้ความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ์ หรือระบบเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันระหว่างเศรษฐกิจชุมชนเมืองและชนบท
แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญของไทย เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550ในส่วนที่ 3 แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 78 (1) บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง ของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสำคัญ
ดังนั้น ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคแรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการปลดพนักงานออก และภาวะการตกงาน ปัญหาสังคมได้เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งการขับเคลื่อนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลมากนักแม้จะมีการบรรจุอยู่ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 และในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แล้วก็ตาม แต่ไม่มีกระบวนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน แต่ว่าได้มีชุมชน หรือ กลุ่มองค์กรชุมชน ซึ่งมีการดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจำนวนไม่น้อย เช่น ลุงประยงค์ รณรงค์ ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ และชุมชนบ้านนาอีสาน เป็นต้น ซึ่งได้สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็งและขับเคลื่อนจากฐานล่างระดับรากหญ้า ซึ่งได้มีวิธีการดำเนินการสอดคล้องหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเน้นการพึ่งตนเองเป็นหลัก และมีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และได้ใช้หลักคุณธรรม ความเอื้ออาทรต่อกันภายในชุมชนเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต และเป็นแบบอย่าง มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกชุมชน ทำอย่างไรจะทำให้แนวทางของรัฐบาลกับแนวทางของชุมชนให้มีความสอดคล้องกันทั้งนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในระดับชุมชน และระดับชาติต่อไป

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/partner/blog/7798

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น